“ประภัสร์”ยกเครื่องรถไฟ ลุยปรับโครงสร้าง-ล้างหนี้

 

 

003 UnderCover

 

 

“ประภัสร์”ยกเครื่องรถไฟ ลุยปรับโครงสร้าง-ล้างหนี้
คอลัมน์ รายงานพิเศษ

ปัญหา ประสิทธิภาพการให้บริการและภาระหนี้มหาศาลกว่า 1.1 แสนล้านบาท ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทำให้นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ รฟท. ต้องเร่งเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กร ทั้งการบริหารงานเพื่อให้เกิดความคล่องตัวครั้งใหญ่

พร้อมทั้งเดิน หน้าขยายการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ แม้ว่าแหล่งเงินทุนก้อนใหญ่จะหายวับไปกับตา เพราะพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลภายใต้การนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถผ่านออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ได้

เร่งปรับโครงสร้างองค์กร

ภารกิจ แรกที่ถือว่าสำคัญที่ต้องเร่งสะสางคือการปรับโครงสร้างองค์กรทั้งระบบ เบื้องต้นการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศึกษารายละเอียดรูปแบบการปรับโครงสร้าง องค์กร คาดว่าจะเสนอให้คณะกรรมการ รฟท. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ พิจารณาได้ในเร็วๆ นี้

แนวคิดเบื้องต้นคือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการ บริหารงานให้มีความคล่องตัวเหมือนกับหน่วยงานเอกชน เริ่มจากเตรียมปรับลดตำแหน่งรองผู้ว่าฯ รฟท. ให้เหลือ เพียง 4 คน จากปัจจุบัน 7 คน แบ่งการทำงานตามภาคเหนือ อีสาน ภาคใต้ และกลางจะรวมกับตะวันออก โดยส่วนกลางจะเป็นผู้กำหนดนโยบาย แต่จะกระจายอำนาจให้ทั้ง 4 ภาค ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรกิจ มีฝ่ายต่างๆ เช่นเดียวกับส่วนกลาง เช่น หน่วยเดินรถ บริหารทรัพย์สิน โยธาและก่อสร้าง อาณาบาล นโยบายและแผน และประชา สัมพันธ์ เป็นต้น

ขณะที่ผู้บริหาร แต่ละภาคสามารถเสนอขอจัดสรรงบประมาณเข้ามายังส่วนกลางได้ แต่จะต้องมีการแยกบัญชีรายได้และรายรับออกจากส่วนกลางทั้งหมด เพื่อให้แต่ละภาคทำงานแข่งกันเอง โดยจะมีตัวชี้วัดผลงานเป็นเคพีไอ ภาคไหนบริหารดีมีกำไรจะได้รับโบนัสเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน รวมทั้งยังมีแผนที่จะเปิดรับพนักงานใหม่อีก 1 หมื่นคน เพื่อนำมาเสริมกำลังคนปัจจุบันที่มีเหลืออยู่เพียง 1 หมื่นคนเท่านั้น

ล้างหนี้กว่า 1 แสนล้าน

ภารกิจ ถัดมาคือการเร่งแก้ปัญหาหนี้สินที่มีอยู่ราวๆ 1.1 แสนล้านบาท ด้วยการ เตรียมยกที่ดินย่านทำเลทอง 2 แปลง คือบริเวณมักกะสันจำนวน 500 ไร่ และสถานีแม่น้ำ 270 ไร่ ให้กระทรวงการคลังนำไปพัฒนาระยะยาว 99 ปี เพื่อแลกกับภาระหนี้กว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งขณะนี้กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งหาก รฟท.ปลอดหนี้ก็จะสามารถกู้เงินมาลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ๆ ได้

ปัจจุบัน รฟท.มีที่ดินทั่วประเทศ 234,976 ไร่ มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นที่ดินเพื่อการเดินรถ 198,614 ไร่ และที่ดินเพื่อการพาณิชย์ 36,302 ไร่ โดยมีรายได้จากการบริหารทรัพย์สินเฉลี่ยปีละ 1,600-2,000 ล้านบาท

สำหรับ ที่ดินเชิงพาณิชย์ 36,302 ไร่ อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถนำไปจัดหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ประมาณ 3,000 ไร่ ที่มีศักยภาพสูง เช่น ที่ดินบริเวณมักกะสัน ที่ดินบริเวณสถานีแม่น้ำ ที่ดินย่านพหลโยธิน 1,000 ไร่ และที่ดินซึ่งเช่าระยะยาวโดยกลุ่มเซ็นทรัล บริเวณสามเหลี่ยมพหลโยธิน 47 ไร่

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s